สัมภาษณ์แกสบี้เวิร์ด


หลังจากที่รอกันมากนาน วันนี้มีบทสัมภาษณ์ของแกสบี้เวิร์ดมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ ( ที่จริงสัมภาษณ์มาหลายสัปดาห์แล้วค่ะ แต่เพิ่งทำเว็บเสร็จ ) เพราะมีเพื่อนๆเสนอไอเดียนี้มา ว่าอยากให้มีการสัมภาษณ์ฟาร์มหนูมาลงบ้าง งานนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่น่ารักของเราอีกแล้วค่ะ ที่อาสาไปตระเวณที่จตุจักร และ สัมภาณ์เก็บข้อมูลดีๆ มาฝากพวกเรา
     

 
   

สวัสดีค่ะ เริ่มเพาะมากี่ปีแล้วคะ
               จริงแล้ว เท่าที่จำได้ เริ่มเลี้ยงมา 7-8 ปีแล้ว เริ่มเป็นฟาร์มนี่ตั้งแต่ปี 38 ฟาร์มเริ่มแรกก็คือเริ่มที่ หมุ่บ้านมณียา ครับ ก็เริ่มเลี้ยงมา พอเลี้ยงแล้วรู้สึกว่าเราชอบเราก็เลยมองว่าตรงนี้ที่เราสามารถทำฟาร์มได้ก็เลยมาเปิดฟารมที่มณีญาก็เลยใช้พื้นที่ในบ้านเปิดฟาร์มและก็สั่งหนูเข้ามาจากอเมริกา เราใช้หนูจากอเมริกาและอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งเดิมตลาดบ้านเราเป็นหนูจากฮอลแลนด์ซึ่งที่สั่งเข้ามาส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนู pet quality คือหนูเลี้ยงเล่น ราคาตัวหนึ่งประมาณพันกว่าบาทอะไรนี้ แต่เราสั่งพวก Show Quality ที่ประกวดในอเมริกากับในอังกฤษเข้ามาเป็นพ่อแม่พันธุ์ และก็เพาะเลี้ยงมา สั่งเข้ามาเรื่อยๆจนอยู่ซักพักนึงและก็มาเปิดร้านที่นี่

พ่อแม่พันธุ์นี่ตกตัวละเท่าไร
ก็ประมาณตกตัวละ200 เหรียญ ถึง 800 เหรียญ คือราคา vary ช่วงนั้น ค่าเงินตอนนั้นประมาณ 25 - 26บาท ต่อดอลลาร์ เราก็สั่งต่อเนื่องเข้ามาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ก็อาจจะสั่งเข้ามาแต่ไม่บ่อยนัก เพราะค่าเงินมันค่อนข้างแพง และเราก็สั่งเข้ามาจนมีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เป็นพันตัวแล้ว ตอนนี้เรามี 2 ฟาร์ม ประมาณฟาร์มละ 500 ตัวได้ เฉพาะพ่อแม่พันธุ์

ถ้ามีใครอยากจะให้สั่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ระดับ show quality ให้ล่ะคะ
จริง ๆ แล้วตอนนี้พูดตรง ๆ ว่าลูกค้าในต่างประเทศอย่างฟิลลิปินส์เค้าไปดูงานประกวดในอเมริกา แล้วเค้าซื้อกรงเตรียมจะซื้อหนูมา พอเทียบราคาเทียบคุณภาพแล้วบอกว่าไม่ต่างจากของเราเลย ปรากฏว่าถือกรงเปล่าจากอเมริกามาแวะเมืองไทย ซื้อหนูที่เมืองไทยกลับไป อย่างวันนี้ลูกค้าฟิลลิปินส์เค้ามาเยี่ยมสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว 36 ตัว เรามีการติด ear number ให้ มี pedigree ให้ และจะส่งวันอังคารที่จะถึงนี้

มีการส่งออกไปที่ประเทศไหนบ้าง
ที่ผ่านมาประเทศแรกที่เราไปก็คือ เกาหลี ถัดมาก็เป็นไต้หวัน ไตหวันนี่ส่งแปลกหน่อยส่งทางเรือ ก็คือเค้าเป็นบริษัทเดินเรือเค้าเอาไปเอง เราไปส่งที่แหลมฉบัง ถัดมาก็จะเป็นสิงค์โปร ส่วนฟิลลิปินส์นี่ค่อนข้างจะต่อเนื่อง มีหลายเจ้าที่ผลัดเปลี่ยนหน้ากันมา อย่างเมื่อเช้านี้เค้าบินมาเอง มาดูของที่เค้าสั่งซื้อคือ อีเมล์คุยกัน ใช้วิธีการโอนเงินมา

ปกติขายหนูได้เยอะไหมคะต่ออาทิตย์
                ก็จริง ๆ แล้วเราผลิตได้เดือนละ 120 - 150 ตัว ก็ขายหมด คือเราจะไม่มีหนูค้างเลย ไม่มีหนูเหลือจนโต เพราะว่าเรามี order จากต่างประเทศด้วย ก็จะไปเรื่อย ๆ

คุณภาพของหนูที่ขายที่นี่กับส่งต่างประเทศนี่เหมือนกันไหมบ้าง
               คือต่างประเทศนี่เค้าต้องการหนูทั้งสองแบบเลยคือเอาไปขายกับเอาไปประกวด หรือเป็นพ่อแม่พันธ์เค้าก็จะกำหนดมาว่า lot นี้นะต้องการหนูสำหรับ show quality กี่ตัว ขายกี่ตัว pet quality กี่ตัว ซึ่งราคามันก็จะมีความแตกต่างกัน ในความรู้สึกของเรา pet quality กับ show quality ของเราคุณภาพต่างกันน้อยมาก แต่แยกให้มีราคาที่แตกต่างกันเพื่อลูกค้าจะได้เลือกออกมา


แล้วราคาหนูที่นี่ราคาประมาณเท่าไร
               ตอนนี้ราคาเรา 1000 บาทขึ้นไป ส่วนลูกค้าที่อยากเลี้ยงจริง ๆ แล้วก็อาจจะมีเงินไม่มากนักก็จะคุยกับเราบ้าง เราก็ยินดีสนับสนุน บางทีน้อง ๆ มีเงินไม่มากนักก็คุยกันได้ เราก็ลดราคาให้

  หนูแกสบี้ระดับ show quality ของที่นี่ ตัวละประมาณเท่าไร
               พูดเป็นราคาที่เราส่งออกดีกว่า ส่งออกนี่เป็นราคาที่ค่อนข้างมาตรฐานมากกว่า จะอยู่ที่ช่วง 3000 บาทขึ้นไป หนูอายุหนึ่งเดือนก็จะมีพร้อมเลย pedigree, ear number และก็เป็นสีที่ลูกค้าพอใจคือสีพิเศษ ส่วนฟิลลิปินส์ก็ยังล้าหลังเราอยู่จะชอบพวกสามสี ส่วนพวกสีพิเศษอย่างพวกโรน พวกโดลูตอะกูติ สตอเบอรี่โรน ไตรโรน ลูกค้าจะชอบ แล้วก็ที่เค้าพอใจมากคือเราแบ่งพวกหนูซาตินให้เค้าด้วย

ที่ฟาร์มมีหนูพันธ์ไหนเยอะที่สุดคะ
              ตอนนี้ที่เรามีเยอะที่สุดก็คือ พีรูเวี่ยน รองลงมาก็จะเป็นโคโรเน็ต ถัดมาคงเป็นซิลกี้ เท็กเซล อัลปากา และก็มารีโน มารีโนจริง ๆ แล้วเป็นหนูที่ค่อนข้างใหม่ เราไม่ต้องสั่งพ่อแม่เข้ามาเราสามารถเพาะขึ้นมาโดยเรารู้ทางพันธุกรรมของเค้า เราสามารถเอาพันธุ์ที่มีอยู่มา breed เพื่อให้เป็นพันธุ์ marino ได้ ก็คือทำโคโรเนตให้เป็นขนหยิก ก็คือจะกลายเป็นพันธุ์มารีโน่ก็คือทำได้ ดังนั้นตอนนี้เรามีพันธุ์และสีครบที่สุด

 ที่นี่มีพันธ์เร็กซ์ไหม
               เร็กซ์ของเรามีเจ้าเดียวในเมืองไทย เราสั่งมาจากอังกฤษ ส่วนพวกขนหยิกสั้นจะเป็นเท็ดดี้แบร์จากอเมริกา เท็ดดี้แบร์กับเร็กซ์นี่ยีนส์หยิกคนละตัวกัน เป็นการมิวเตชั่นกันจากคนละแหล่งเลยจากยุโรปกับอเมริกา เพราะฉะนั้นถ้าเอามาจับคู่กันลูกจะกลายเป็นขนสั้นตรง ต้องจับคู่ระหว่างเท็ดดี้กับเท็ดดี้ หรือเร็กซ์กับเร็กซ์ เท็กเซลกับอัลปาก้าเป็นยีนส์หยิกของเร็กซ์ ความจริงเร็กซ์มีมาก่อนเท็ดดี้แบร์ ซึ่งแตกต่างกันตรงที่เร็กซ์โครงสร้างจะใหญ่กว่า และเป็นต้นสายของเท็กเซล อัลปาก้า มาริโน สามตัวนี้จะเป็นยีนหยิกตัวเดียวกันแต่เท็ดดี้แบร์ไม่มีใครเอามาทำหยิกยาว

แล้วหนูพันธุ์ไหนขายดีที่สุดคะ
              ทุกพันธุ์เลย แต่ที่ต่างประเทศยอมรับมากๆก็คือโคโรเนต ลูกค้าต่างประเทศยอมรับว่าเยี่ยมสุด

 แล้วหนูออกลูกมาแล้วขนมีสองสีปกติจะเป็นอะกูติแต่เป็นสีดำกับน้ำตาลเราจะเรียกว่าอะไร มีเพื่อนๆฝากมาถามค่ะ
               มันก็เรียกอะกูติทั้งหมด แต่มันจะมีครีมอะกูติ มีอะไร มีหลายเฉด ชื่อสีโดยเฉพาะอาจจำได้ไม่แม่นนักต้องเปิดจากตำรา ปลายขนสีครีมโคนขนสีเทาเรียกครีมอะกูติ แต่ถ้าเป็นสีขาวกับสีเทาจะเป็นซิลเวอร์อะกูติ ในตะกูลอะกูติคือขนสองสีในเส้นเดียวกัน แต่พอเวลาโตไปมาก ๆ แล้วปลายขนถูกตัดไปมันก็เลยดูเหมือนเป็นขนสีเดียว แต่ถ้าเป็นขนเส้นที่งอกมาใหม่ก็จะมีสองสี อีกอย่างหนูโรงสีขนสลับกันเส้นต่อเส้น จะเป็นยีนส์เฉพาะเรียกว่ารีทอลยีนส์ ถ้าทางด้านพันธุกรรมเมื่อไรที่ยีนส์นี้อยู่คู่กันหนูตัวนั้นจะเป็นหนูพิการ ลักษณะความพิการ คือกลายเป็นสีขาวทั้งตัวและฟันไม่มี บางตัวอาจจะตาบอดด้วย หนูพวกนี้น้อยตัวที่จะอยู่ถึงโตส่วนใหญ่ก็จะตายตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะว่าพอหลังจากกินนมแม่แล้ว

ที่นี่กำหนดราคาหนูอย่างว่าตัวไหนถูกตัวไหนดีไม่ดีคะ
                คือสัตว์สวยงามก็คงเป็นไปตามความสวยงาม ของสัตว์ คือไม่ได้ขายตามขนาด หรืออะไรต่างๆ ตัวไหนที่มีสีสัน มาร์คกี้งดีกว่า โครงสร้างดีกว่า ก็จะมีราคาที่ดีขึ้น เน้นที่โครงสร้างสีสันและก็สายพันธุ์นิดหน่อย เพศบ้าง เพศเมียนี่อาจจะสูงกว่าเพศผู้นิดหน่อย เพราะว่าความต้องการตัวเมียสำหรับฟาร์มจะสูงกว่า คือเราต้องเก็บแม่พันธุ์ไว้สำหรับอนาคต

แล้วมีบริการช่วยเหลือลูกค้ายังไงไหมคะ
               จริงแล้วตรงนี้ลูกค้าที่สนิมสนมกับเรา คือลูกค้าที่ซื้อหนูไปจากเราแล้วมีลูกมา ส่วนใหญ่เราก็ช่วยเหลือ มีการช่วยเหลือขายให้อะไรให้ ซึ่งตอนนี้เรามี order ต่างประเทศอยู่ด้วย ก็ช่วยลูกค้าได้ค่อนข้างมาก แต่ส่วนใหญ่เนื่องจากว่าส่วนใหญ่หนูของเราค่อนข้างสวย แต่สัตว์สวยงามมันมีจุดอ่อนอยู่นิดนึง คือตัวไหนที่สวยมากๆนี่จะเพาะลูกออกลูกน้อย ไม่เหมือนหนูพันธุ์ผสมที่วิ่งเฉียดเฉี่ยวกันนี่บางทีติดแล้ว บางทีมารวมกันปุ๊บผสมติดไปแล้ว คือสัตว์สวยงามมันมีจุดอ่อนอยู่ที่เราเป็นคนคัดเลือกมัน ดังนั้นมันจึงผิดจากธรรมชาตินิดหนึ่งคือเราเอาตัวที่สวย ตัวที่อ้วน ตัวที่น่ารักมา พวกนี้ความสามารถในการแพร่พันธุ์มันจะน้อย ดังนั้นลูกมันจะน้อย ดังนั้นบางที รอกว่าจะออกลูก รอแล้วรออีก ได้ลูกมาที 2 ตัวตัวหนึ่งอะไรนี่ บางทีออกลูกมาไม่อยากขายก็มี ดังนั้นปัญหานี้ กับเราน้อยที่ว่าลูกค้าได้ลูกเลี้ยงไม่ไหวแล้วอะไรมา แต่ส่วนใหญ่เราก็ช่วยดูแล ตรงนี้ไม่มีปัญหา มาคุยกับเราได้ตลอด

                                                                                                   

ถ้าซื้อหนูจากที่นี่ มีบริการส่งไหมคะ
               ถ้าซื้อในประเทศจะส่งทางเครื่องบิน พอโอนเงินมาเราก็จะส่งให้ โดยเราจะโทรนัดหมายเที่ยวบินที่ส่ง ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว คิดค่าส่งนิดหน่อย ไม่กี่ร้อยบาท ในกรุงเทพก็มีโทรมานัดเจอกันตามสถานที่ต่าง ๆ บางกรณีลูกค้าสั่งซื้อของเป็นจำนวนมาก ๆ ไม่มีเวลามาจริง ๆ เราก็ไปให้ ขอให้ลูกค้าบอกมาเราพยายามดูแลลูกค้าเต็มที่ แล้วก็ให้คำแนะนำ มือถือเราเปิดให้โทรมาถึง 4 - 5 ทุ่ม

ที่ฟาร์มนี่มีให้อาหารอะไรบ้างคะ
                                         
ฟาร์มเราอาหารสดค่อนข้างมาก 70% จะเป็นพวกหญ้า ผัก ผลไม้ มีแครอท เดือนๆหนึ่ง ตอนนี้เราสั่งแครอทเดือนละประมาณ 200-300 กิโลกรัม มาช่วงนี้เป็นแครอทนอกด้วยราคาก็จะสูง ส่วนหญ้าเราก็ตัดวันเว้นวัน ครั้งหนึ่งก็ตกประมาณ 300 กิโลกรัม เราเน้นที่อาหารสด ซึ่งถ้าเป็นฟาร์มที่ใจไม่ถึงสู้ไม่ไหว เพราะว่า ภาระทางด้านตรงนี้สูงมาก ไม่ใช่เรื่องเงินนะ แต่เป็นเรื่อง หาหญ้า คือต้องขับรถไปส่งไปรับคนตัดหญ้า กลับมาล้างกลับมาอะไร ส่วนอาหารสำเร็จรูปเราใช้ของ CP ซึ่ง CP กับเราความสัมพันธ์ค่อนข้างดี สนับสนุนวารสาร ลงโฆษราร่วมกับเรา เราใช้และก็แนะนำให้ลูกค้าใช้ด้วย ซื้อหนูที่นี่ไปก็จะกินซีพีเป็นทุกตัว

ผักผลไม้อะไรที่ควรจะเลี่ยงคะ
             ที่จริงแล้วผักผลไม้ที่ควรจะเลี่ยงคือผักผลไม่ที่ไม่สะอาดมากกว่า จริง ๆ คือไม่มีข้อจำกัดเลย ทานได้ทุกชนิดเลย เป็นผักกาดหอม หรือผักอะไรขอให้สะอาด กินได้หมดเพราะพวกนี้เค้าเป็นสัตว์กินพืชอยู่แล้ว ผักในบ้านเราอะไรก็ได้ขอให้สะอาดล้างด่างทับทิมไม่ได้ ก็ขอให้เป็นเกลือก็ยังดี

อาหารเสริมมีอะไรบ้างคะ
                                       
สัตว์ตัวนี้เหมือนสัตว์ทั่ว ๆ ไป จะได้คุณค่าอาหารจากที่กินประจำแล้ว กรณีที่เจ็บป่วยอาจต้องการอาหารเสริมเหมือนคนป่วย เวลาฟื้นไข้อาจต้องมีอาหารเสริมนิดหน่อย แต้ถ้าเค้าดี ๆ อยู่อาหารเสริมอาจไม่จำเป็น ก็กินอาหารตามปกติ เช่นผักสด หญ้า อย่างวิตามินซีก็ได้จากผักสด อย่างเวลาที่เราให้ผักสดไม่สม่ำเสมอเราก็เสริมวิตามินซี ส่วนอาหารสำเร็จรูปก็มีเพื่อให้เราสะดวกในการเลี้ยง และก็มีหญ้าแห้ง แต่วิตามินซีก็จะน้อยกว่า อาจจะต้องเสริมด้วยวิตามินซี

การเลี้ยงหนูเยอะๆอย่างที่ฟาร์มนี่มีปัญหาอะไรบ้างคะ
                                        
ฟาร์มเราปัญหาค่อนข้างจะน้อย เนื่องจากเราทำมาเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน แรก ๆ ที่เริ่มทำฟาร์มจะมีปัญหาบ้าง คือหนูป่วยจากการนำเข้า เพราะว่าอุณหภูมิมันเปลี่ยนแปลงจากเย็นมาร้อนจะมีปัญหาเรื่องเจ็บป่วย เป็นหวัด ท้องเสีย แต่ช่วงหลัง ๆ เนื่องจากเราดูแลเค้าค่อนข้างจะชำนาญแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้เราค่อนข้างไม่มีปัญหาเลย หนูท้องเสีย 3 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่เจอเลย เพราะเรารู้ว่าหนูมันท้องเสียเนื่องจากอาหารไม่สะอาด เราก็จะดูแลเรื่องความสะอาด ส่วนหวัดโรงเรือนของเราติดแอร์หมดเลย เพราะฉะนั้นอุณหภูมิเราค่อนข้างจะคงที่ การที่หนูเราจะเจ็บป่วยแทบจะไม่มีเลย ก็คือที่เราเลี้ยงเค้าในที่สิ่งแวดล้อมที่คงที่เราก็ควบคุมเค้าได้ง่าย ถ้าเกิดโรงเรือนนั้นไม่มีเครื่องปรับอากาศ เค้าอาจจะเปลี่ยนอุณหภูมิบ่อย อาจทำให้เค้าเจ็บป่วยไม่สบายง่าย

หนูที่เจ็บป่วยที่นี่พาไปหาหมออะไรอย่างไรคะ
               ที่ผ่านมาเราไม่ได้คิดวิธีรักษาขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นหนูที่เราเริ่มเลี้ยงใหม่ ๆ พอเวลาป่วยเราก็ส่งโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งเราก็ใช้โรงพยาบาลสัตว์รัตนาธิเบศ (คุณหมอมาโนชญ์ โทร.9218213) จะมีคุณหมอซึ่งเก่ง และแถวประนิเวศน์ก็คือ สัตว์แพทย์ 4 ซึ่งพอเราส่ง case ตรงนี้ไปเรื่อย ๆ คุณหมอก็มีความชำนาญกับสัตว์ตัวนี้ด้วย พอสักพักหนึ่งเราก็รู้ว่า case นี้ป่วยอย่างนี้ ทานยาอย่างนี้ เป็นความชำนาญร่วมกัน ที่ได้ระหว่างเรากับหมอ อย่างโรงพยาบาลสัตว์บางที่ไม่เคยรับ case เลย เพราะฉะนั้นความชำนาญเค้าจะไม่มี บางแห่งยังไม่รู้จักว่าตัวอะไร ลูกค้าก็ไม่กล้ารักษาเค้าจะชำนาญสุนัข แมวมากกว่า อย่างหมอที่เราไปใช้บริการเหมือนเราไปบังคับให้เค้าเก่ง ก็คือเราส่ง case ไปเรื่อย ๆ พอส่งไปเค้าก็ได้ศึกษา ได้ใช้ความรู้ ตอนหลัง ๆ เค้าก็มีความชำนาญในการรักษา ยิ่งแนะนำลูกค้าไปให้เค้า เค้าก็ยิ่งชำนาญไปเรื่อย ๆ case ฉุกเฉินก็จะไปสัตวแพทย์ 4 ประชานิเวศน์ 1 ก็มีความชำนาญก็เปิดถึงเที่ยงคืน โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ดีนะ และก็มีคุณหมอปานเทพ นี่คือที่พอจะแนะนำลูกค้าไปแล้วปลอดภัย ไปแล้วรู้จักและรู้ว่ารักษาอย่างไร

 เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหนูที่เราเลี้ยงเริ่มป่วยแล้ว
                ดูง่าย ๆ เลยเรื่องการกินอาหาร สัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ที่เจริญอาหาร เวลาป่วยจะกินอาหารน้อยลง ถ้าสังเกตเห็นว่าเค้ากินอาหารน้อยลงต้องดูแล้วว่าเค้าเป็นอะไรหรือเปล่า มีน้ำมูกไหม ท้องเสียไหม ถ้าเรารีบรักษาเค้าจะฟื้นตัวได้ไว เคยมีกรณีที่หนูเป็นนิ่วไหม ไม่เคยเจอ

มียาสามัญประจำบ้านที่พอจะใช้ได้คะ
                                        
จริงปฐมพยาบาลเบื้องต้นถ้าเป็นป่วย อย่าหวัดก็คงจะมียาแก้หวัด อาจจะใช้ยาแก้หวัดของเด็กที่ไม่มีเพนนิซิลิน ควบกับยาแก้อักเสบ ก็จะที่เราใช้อยู่ 2 ยี่ห้อก็คือ แอคติเฟต(แก้หวัด) และแอคติน เอายาของคนมาใช้ได้ ถ้าเป็นบาดแผลคงใช้ยาสมานแผลธรรมดาเช่นเบตาดีน เวลาที่หนูมีตัวไร พวกนี้ติดมากับพวกหญ้า หรือพวกหนูตัวใหม่ ๆ ที่ดูแลไม่ดีจะมีไรติดมาเราสามารถที่จะอาบน้ำ และก็ใช้ยากำจัดพวกเห็บไร


 ยาเห็บไรมีตัวไหนที่พอจะแนะนำได้
                 ก็มี ไบติคอน เป็นยาที่ค่อนข้างจะปลอดภัย กลิ่นค่อนข้างจะแรงสักนิดหนึ่งคล้ายน้ำมันก๊าด ก็คืออาบในน้ำสุดท้าย หรืออาจจะดัดแปลงจากของสุนัข อาจใช้สเปรย์ที่เค้าฆ่าตรงนี้โดยตรงที่มีขายในท้องตลาด


 ในกรณีท้องเสีย
                            
     ในกรณีที่ท้องเสีย มียาของบริษัทเฮเกนที่ทำไว้ ถ้าท้องเสียจากการติดเชื้อ ถ้าท้องเสียเกิดจากการให้อาหารที่มีน้ำมาก ๆ เช่นแตงกวา เราก็แค่เปลี่ยนอาหารมาเป็นหญ้าแห้งมันก็จะหายไปเอง แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อเราก็ให้ยาตัวนี้

 ยาแก้ท้องเสียนี้ได้ผล 100% เลยไหม
               ขึ้นอยู่ที่อาการของเค้า สมมุติว่าเค้าเริ่มเป็นใหม่ ๆ เค้าก็หาย แต่ถ้าเกิดเค้าเป็นจนเค้าหมดแรงแล้วเพิ่งมาให้ยามันก็อาจจะสายไป สัตว์พวกนี้เป็นสัตว์เล็กเค้าจะทนอะไรได้ไม่นานนัก สมมุติท้องเสียเราไม่ดูแลสักวันหนึ่งก็จะตายแล้ว ถ้าเราไม่รักษาหรือไม่เห็นว่าเค้าท้องเสียออกมา บางที่ตอนแรก ๆ ที่ทำฟาร์มใหม่ ๆ กลางคืนเป็นคิดว่าพรุ่งนี้เช้าเราพาไปหาสัตวแพทย์ปรากฏว่าเช้าเค้าอาจจะตายแล้วก็ได้ถ้าเค้าติดเชื้อรุนแรง ถ้ามียาตัวนี้ติดตู้เย็นเอาไว้ พอเห็นท้องเสียปุ๊บป้อนเลย ยาสามัญประจำบ้านก็มียาแก้ท้องเสีย ยาแก้หวัด

ในกรณีที่เลี้ยง ๆ ไปแล้วหนูแกสบี้เกิดคอเอียงเกิดจากอะไร
               ถ้าไม่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ก็อาจจะเป็นอุบัติเหตุร่วงหล่น หรืออาจจะเกิดจากการอาบน้ำแล้วทำให้น้ำเข้าหู ทำให้หูอักเสบทำให้เสียการทรงตัว ถ้าเป็นหูอักเสบก็อาจจะหายได้เองหลังจากทานยาแก้อักเสบไปแล้ว แต่ในกรณีอุบัติเหตุจะเป็นถาวร หรืออาจจะเกิดสาเหตุจากการคลอ ที่เวลาคลอดช่องคลอดอาจจะแคบอาจจะทำให้หนูพิการได้

ในหนูให้ยาแก้อักเสบอะไรได้บ้าง
               ในหนูให้ยาแก้อักเสบอะไรได้บ้าง ตัวแอกตินนี่จะเป็นยาแก้อักเสบที่ใช้ ถ้าเป็นหวัดใช้แอกตินร่วมกับแอกติเฟด

บางคนเลี้ยงหนูแล้วผอมลงเรื่อย ๆ มีวิธีทำให้มันอ้วนไหมคะ
                เค้าอาจมีปาราสิตภายใน ถ้าเป็นที่ฟาร์มเราก็มียาฉีดให้เพื่อกำจัดปาราสิตภายใน ปีละ 2 ครั้ง มาปรึกษาทางเราได้ ต้องถ่ายพยาธิไหม หนูไม่ค่อยมีพยาธิส่วนใหญ่เป็นปาราสิตที่เกาะบนผิวหนังมากกว่า

น้ำที่ให้หนูแกสบี้กินเป็นสีออกชมพูอ่อนๆคืออะไร ช่วยอะไรได้บ้างคะ
มันเป็นยาปฏิชีวนะ เป็นยาที่ใช้ป้องกันเรื่องหวัดเรื่องหลอดลมอักเสบ เพราะเวลาเดินทางมาจากฟาร์มอาจจะเปลี่ยนอากาศ ควรให้ยาเพื่อป้องกันเอาไว้ ถ้าเลี้ยงที่บ้านอุณหภูมิคงที่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ ให้ติดต่อกันบ่อย ๆ ไม่ดี ให้สัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง เพราะอาจทำให้ดื้อยาได้ มีอะไรก็โทรถามทางโทรศัพท์ได้

หนูท้องดูได้อย่างไร
                                           
หนู ที่ฟาร์มใช้เวลาตรวจสอบเวลาอาบน้ำที่ฟาร์มจะอาบน้ำ 2-3สัปดาห์ครั้ง ก็จะตรวจสอบโดยคลำที่ท้อง แต่บางครั้งก็อาจจะโดนหลอกได้เหมือนกัน เพราะบางทีเค้ากินเก่งหรือกินอิ่ม ๆ อยู่ท้องเค้าก็จะใหญ่ พอเค้าตั้งท้องได้ 4 - 5 สัปดาห์ใครที่จับดูก็รู้แล้วว่าท้อง เพราะว่ามันจะมีลูกหนูกลม ๆ อยู่ในท้องเหมือนลูกบอลกลม ๆ เล็ก ๆ อีกอย่างคือหนูจะกินน้ำมากขึ้น นอนพักผ่อนมากขึ้น ไม่ค่อยวิ่งไปวิ่งมา

หนูที่ผสมพันธุ์เริ่มจับคู่อายุเท่าไรคะ
               หนูที่ใช้ผสมพันธุ์ 5 เดือนขึ้นไป ตัวเมียไม่ควรปล่อยไว้เกิน 1 ปี เพราะว่าหนูตัวเมียถ้าไม่ได้คลอดลูกหรือตั้งท้องในปี แรกกระดูเชิงกรานเค้าจะแคบ หรือเชื่อมติดกัน ก็จะทำให้คลอดลูกลำบาก ฉะนั้นถ้าได้จับคู่ท้องแรกในปีแรกแล้วก็จะจับคู่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเค้าจะหมดอายุไปเช่น 4 ปี

หนูที่หมดอายุแล้วทำอย่างไรต่อคะ
               หนูที่หมดอายุแล้วทำอย่างไรต่อ เราเป็นฟาร์มที่เลี่ยงจนเค้าตายไป ไม่มีการนำมาขายลดราคา เราดูแลเค้าเปรียบเหมือนเค้าเป็นพนักงาน ทำงานให้เราคนหนึ่ง เมื่อเค้าปลดเกษียณแล้วเราก็ดูแลเค้าตลอดชีวิต

หนูที่เริ่มแก่แล้วมีวิธีดูแลต่างจากหนูเด็ก ๆ หรือเปล่าคะ
               พออายุเกิน 5 - 6 ปีบางตัวอาจมีปัญหาด้านสุขภาพบ้าง อาจจะเจ็บป่วยบ้าง เวลาเจ็บป่วยเราก็ดุแลเค้าเป็นพิเศษอาจให้อาหารที่เค้าชอบเป็นพิเศษ

ที่นี่มีแนวโน้มจะจัดงานประกวดหนูบ้างไหมคะ
                                            
มีแน่ ๆ เรารับปากกับลูกค้าไว้แล้วว่าภายในปีนี้เราจะจัดให้ เรามีชมรมแล้วมีสมาชิกเป็นพัน ๆ คน ที่ลงทะเบียนกับเราไว้มีทั้งที่เป็นลูกค้า ทั้งคนที่สนใจด้วย ทางฟิลิปปินส์จะเชิญเราไปเป็นกรรมการตัดสินให้เค้าที่โน้นเลย มีบางรายใช้หนูจากฟาร์มเราเตรียมเพื่อที่จะประกวดในประเทศเค้า คือเค้าให้ความเชื่อถือมาก คิดค่ากรรมการหรือเปล่า ก็เหมือนเราไปเชิญกรรมการจากต่างประเทศมา กรรมการไม่ได้หวังผลตอบแทนเป็นตัวเงิน ถือว่าได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์มาเที่ยวเมืองไทยได้ค่าเครื่องบินมา ทางเราก็เหมือนกัน

มีคำแนะนำอะไรสำหรับผู้ที่อยากจะทำฟาร์มบ้างคะ
               ตลาดของสัตว์ตัวนี้ยังไปได้อีกไกล เนื่องจากว่าในต่างประเทศเลี้ยงกันเยอะกว่าเรามาก อย่างในอเมริกาเฉพาะที่ขึ้นทะเบียน 1.4 ล้านตัว ในอังกฤษมีการจัดประกวดเยอะมาก แต่ถ้าทำเองบางคนความอดทนอาจจะน้อย หวังผลในระยะสั้นมันไม่เหมือนขายข้าวแกง ไม่ใช่ว่าทำวันนี้ขายวันนี้เลย เราต้องใช้เวลาหลาย ๆ เดือนอาจจะเป็นปีที่ต้องอดทนที่จะทำ ปัญหามันไม่มาก บางคนนึกอยากจะทำโดยไม่มีพื้นฐานมาจากความชอบเพราะฉะนั้นจะทำไม่ได้นาน พอทำแล้วรอ ๆ ไปไม่ได้ผลตอบแทนสักที หนูไม่คลอดลูกสักที บางทีก็ถอดใจเบื่อเลิกไป ซึ่งก็ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในการทำฟาร์ม อีกประเด็นหนึ่งอยากให้ทำแล้ว มีความสามารถในการขายด้วยตัวเอง อย่าคิดว่าทำแล้วมาขายส่ง ก็เหมือนเกษตรกรทั่ว ๆ ไปในบ้านเราปลูกข้าวมาขายส่งโรงสีบางครั้งพ่อค้าคนกลางอาจเอากำไรส่วนนี้มาหมดเลย ตัวเองทำมาเหนื่อยแทบตายได้ผลตอบแทนนิดเดียว เพราะฉะนั้นถ้าทำเองแล้วขายเองได้จะประสบความสำเร็จแน่นอน

สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณ พี่นก และแกสบี้เวิร์ดที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์และให้ความรู้แก่พวกเราค่ะ

   

 

Web Site Copyright Gasby Home, 2000. All Rights Reserved.