เรื่องสั้น
   
    เรื่อง...เจ้าหญิงของกระป๋ม
 
    เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้อาจจะยาวไปหน่อยเพราะผมเขียนเรียงความไม่เก่ง (คะแนนไม่เคยเกิน7) อะไรที่ผมอยากจะเล่าผมก็เล่าไป สร้างจากเรื่องจริง แน่นอน (เพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่อความสนุกสนานและสมบูรณ์ของเนื้อหา) ถ่ายทำ ณ สถานที่จริงทั้งหมด อย่าเรียกว่าเรียงความเลยดีกว่าครับ เรียกว่าเรื่องสั้นไปเลย เพราะมันยาว ยังไงไช่วยอ่านหน่อยนะครับ ;-)

กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน อันกระป๋มนั้นชื่อนายบอยเป็นเจ้าของของเจ้าหญิงเทย่า ดังที่ท่านเห็นในรูปนี่แหละครับ อ๊ะๆๆ อย่าเชียวนะ อย่ามองว่าเจ้าหญิงของกระป๋มเป็นเพียงแค่หนูขวัญธรรมดาตัวหนึ่ง โปรดมองลึกๆ คุณๆท่านๆจะเห็นความเป็นปักเจกชนที่เต็มไปด้วยวิญญาณ ความรัก และความรู้สึกระหว่างเจ้าของคือกระป๋ม และเจ้าหญิงเทย่า ท้าวความถึงเมื่อประมาณ คริตศักราช 1999 หรือประมาณ 3 ปีที่แล้ว

กระป๋มและองค์หญิงเทย่าได้พบกันโดยความบังเอิญ แถวๆ ตลาดนัดแห่งหนึ่ง กระป๋มก็เดินดุ่มๆไปดุ่มๆมา กะจะหาซื้อของกินเล่นเพื่อประทังพุงน้อยๆ และสิ่งมีชีวิตอีกไม่รู้กี่ตัวในท้องของกระป๋ม ด้วยความหิว ความเบื่อหน่าย อากาศที่เย็นสะบายในฤดูหนาวไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมาเท่าไหร่


ณ ที่นั้น โอ้....my พระพุทธเจ้า!....ผมเจอสิ่งมีชีวิต หน้าตาน่าหยิกมาก (น่าหยิก=น่ารักมาก) กำลังนั่งทำสมาธิอยู่ในกรง ท่าทางใกล้บรรลุถึงธรรมะเพราะเริ่มสัปหงกเล็กน้อย

ขณะที่ตัวอื่นๆในกรงกำลังขะมักขเม้นกินหญ้าขน(หญ้ายอดนิยมขนาดวัวยังกิน) เมื่อผมเข้าไปดูใกล้ๆ เข้าไปข้างๆ คนขายเริ่มโฆษณาสรรพคุณ ผมไม่ได้สนใจ หูผมกำลังอื้อ (ขอใช่คำว่าผมเพราะคำว่ากระป๋มมันยาวกว่า 555) เจ้าหญิงยังคงนั่งสัปหงก ผมกะจะแกล้งให้เค้าตื่นด้วยการเอาเศษหญ้าขนที่ตกอยู่ตรงพื่นมาเขี่ยตรงบั้นท้ายของเค้า แต่แล้ววว ความฝันของผมก็พังทลาย เมื่อคนขายเอื้อมมือไปหยิบเจ้าหญิงของผมออกจากกรงอย่างรวดเร็ว เธอดิ้นกระแด่วๆ ด้วยแรงมือผสมกับแรงโน้นถ่วง พร้อมกับคำพูดของคนขายที่พูดกะน้องผู้หญิงข้างๆ ว่า "ตัวนี้ไหมครับ ตัวนี้ก็น่ารักเพิ่งมาใหม่วันนี้นี่เอง" อ้าว ผมก็ยอมไม่ได้สิ กำลังเล็งๆอยู่จะเอาไปขายให้คนอื่นได้ไง ตอนนั้นผมไม่คิดซื้อหรอก ไม่คิดเลย กะจะแกล้งเค้าซะมากกว่า เจ็บใจเล็กๆและคิดในใจว่า รีบหยิบไปทำไม กำลังจะได้แกล้งอยู่เชียว แต่เมื่อผมหันไปมองน้องผู้หญิงคนนั้น เค้าก็ทำหน้ามุ่ยๆ บอกมาหน้าตาเฉยว่า "อืมมม คือหนูอยากดูตัวนั้นมากกว่าค่ะ หนูไม่ค่อยหนูชอบสีดำ"

โอวว...หัวใจผมเริ่มฟีบแทนเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในมือของน้องนั่น มันผิดอะไรเนี่ยที่เกิดมาสีดำ น้องสาวคนนั้นวางมันลงบนกรงแล้วเดินจากไป ต่อมามีเด็กประมาณม.ต้น(ไม่บอกโรงเรียนนะ อุบไว้ๆ)จำนวน2-3 คนเดินเข้ามาดูหนูในกรงอีกกลุ่มหนึ่ง (ผมยังยืนอยู่หน้าร้านทำตัวเงียบๆแต่เก็กหล่อ) น้องๆพากันวี๊ดวิ้วกระตู้ฮู้อะไรไม่รู้เป็นภาษาวัยสะรุ่น คนขายทำเหมือนเดิมอีกแล้ว หยิบหนูทุกๆตัวในกรงออกมาให้น้องกลุ่มนั้นดู แต่เหตุการณ์ เหมือนเปิดเทปรอบ 2 มีน้องคนอื่นพูดว่า

"แอ๊...สีดำไม่เอา เอาสีขาวตัวนั้นดีกว่า น่ารักกว่า ต๊ายๆๆ กรี๊ดๆๆ" (ลากเสียง แอ๊.. ยาวๆจะได้อารมณ์มาก) หัวใจผมเริ่มฟีบเป็นรอบ 2 ต่อมาก็มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งมากับแฟน เธอก็ดูตัวนั้นตัวนี้ชี้แต่ตัวอื่น ส่วนเจ้าหญิงสีดำของผมก็ได้แต่ยืนทำตาละห้อยอยู่ตรงมุมกรง ความสงสารเริ่มเข้ามาเกาะกุมหัวใจของผม แต่ด้วยจิตใจอันฮึกเหิม หรือเทวดานางไม้ หรือซาตานตัวใดไม่รู้ ดลบันดาลใจให้ผมถามคนขายแล้วชี้ไปที่เจ้าหญิงของผมด้วยน้ำเสียงอันสุขุมและเก็กหล่อนิดๆว่า "ตัวนั้นขายเท่าไหร่ครับ?" คนขายบอกผมว่า 600 บาท แล้วบรรยายอะไรอีกเยอะแยะ ผมขี้เกียจฟังเพราะมุ่งมั่นแล้วว่าเจ้าหญิงตัวดำๆที่อยู่มุมกรงต้องเป็นของผม ผมตอบตกลง แล้วยื่นเงินให้ ไม่มีการต่อรองราคาใดๆจากผม เพราะผมพอใจผมจะซื้อ บอกตามตรงผมไม่เคยรู้จักหนูแกสบี้มาก่อนเลย อาจจะเคยเห็นผ่านๆ แต่ไม่เคยได้สนใจ ในที่สุดผมก็มีหนูแกสบี้ไว้ครอบครอง เป็นครั้งแรกและตัวแรกในชีวิต ตั้งชื่อว่า"ป๊อกกี้"

***เบื้องต้นที่ผ่านมา แค่อารัมภบท***

เมื่อ 1 คนและ 1 ตัว มาอาศัยอยู่ร่วมกัน (ผมไม่นับน้องสาวกับแฟนผมนะ เพราะผมชอบสร้างโลกส่วนตัว) และ เมื่อ 1 คนไม่เคยเลี้ยง 1 ตัวนี้มาก่อน และ 1 ตัวไม่เคยถูก 1 คนอย่างผมเลี้ยง ปัญหาเริ่มตามมาติดๆ ในเรื่องโภชนาการของน้องหนู ดูรายการทีวีก็มีแต่ลูกที่เป็นมนุษย์ เปิดเว๊บไซด์ก็มีแต่ภาษาประกิต ผมรู้แต่ว่าผมมีอาหารที่เป็นเม็ดนม และอาหารถุงยี่ห้อแรพบิท CP ถ้วยใส่อาหารกับหลอดน้ำ 1 อัน ตามที่ผมเห็นมันต้องชอบหญ้าขนแน่ๆ "ความเห่อ"ของ 1 คนที่มี 1 ตัวไว้ครอบครอง มันเต็มเปี่ยมทุกอณูรูขุมขน ผมจะขับรถออกตะเวณราตรีที่ยาวนาน ไปเสาะหาแหล่งหญ้าขนที่ใหม่ๆ ต้นอวบๆ เพราะน้องป๊อกกี้จะได้จะได้อวบๆอึ๋มๆ(ถ้าเป็นคน คงจะเป็นมรกต มณีจ๋าย) หญ้าขนที่หามาเป็นหอบๆ ถูกแช่ในตู้เย็นเพื่อคงความสดใหม่ เหมือนป๊อกกี้จะรู้ เมื่อผมไปเปิดตู้เย็นทีใดเธอจะร้องเสียงแหลมปรี๊ด วี๊ดๆๆ (มาใหม่ๆ ก็งงคิดว่าใครโดนเข้าสารเสกซะอีก) แล้วผมก็จะใจอ่อนหยิบเอาหญ้าขนให้ทุกทีแม้ว่าในกรงจะยังมีหญ้าขนเหลืออยู่ก็ตาม ไม่รู้จะชอบอะไรกะหญ้าขน ผมก็ลองชิมดูแล้ว แหวะๆ ไม่อร่อยเลย เหม็นเขียวแถมยังบาดปากด้วย บางทีผมจะปล่อยเธอออกมาวิ่งเล่นมั่งเพราะบ้านผมไม่เลี้ยงสุนัข ป๊อกกี้จะเอาแต่วิ่งสลับกับการนอนเป็นระยะๆ แต่เมื่อต้องการกินอาหารมันจะเข้ากรงไปกินอาหารของมัน 1 คน และ 1 ตัว มีชีวิตอย่างราบรื่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา....


.แต่เล้ว..ดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง จนมีลูกสุนัข อีก 1 ตัวพันธุ์ค๊อกเกอร์+เทอร์เรีย เข้ามาอยู่ มันแย่งความรัก ความเอาใจใส่ และแม้กระทั่งชื่อไปจากหนูแกสบี้ของผม

ด้วยเหตุผลที่แฟนอยากเลี้ยง สุนัขตัวนั้นจึงมีชื่อว่าป๊อกกี้แทน แล้ว 1 ตัวที่ผมหลงเสน่ห์มาเป็นปี (เล่ามาไม่ถึงร้อยบรรทัดผ่านมา 1 ปีแล้วนะเนี่ย) ที่เดี๋ยวนี้เหลือแต่ขนสั้นๆ (ยิ่งโตขนยิ่งหด) ก็ไร้ชื่อไร้คนสนใจ ผมยอมรับนะว่าผมหลงสุนัข ผมชอบ เพราะสุนัขเล่นแบบถึงไหนถึงกันได้ หญ้าขนก็ไม่ค่อยได้ไปเก็บ อาหารก็ไม่ค่อยได้เติม ไม่ค่อยได้ปล่อยออกมาวิ่งเล่นเพราะกลัวเจ้าป๊อกกี้(สุนัข) จะกัดเอา หนูแกสบี้ที่เคยเป็นขวัญใจของผมก็เริ่มผอมลง ในที่สุดก็เริ่มป่วย ขนก็ร่วงเอาร่วงเอา คุณรู้ไหมมันเหมือนการลงโทษโดยซาตาน ประมาณว่า"สมๆๆ อยากละทิ้งดีนัก เราจะดูแลให้ในนรกเอง" ตัวมันซึมๆอ่อนแอมาก

ผมพามันไปหาหมอ หมอเค้าก็รักษาให้ยามากิน และให้มาดูอาการ ผมดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งวันทั้งคืน อยู่ข้างๆกรงเค้า หาน้ำมาหยอดให้เค้า เค้าอยากได้หญ้าขนอยากกินอะไรอยากทำอะไร (ยกเว้นไม่อยากหายใจ)ผมจะตามใจเค้า เค้าก็ทานอะไรได้น้อยลง ซึ่งอาจจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ผมเองที่ไม่สนใจเค้า ทุกคืนผมจะตื่นขึ้นมากลางดึก เพื่อมาสังเกตอาการเค้า ผมจะให้ยาเค้าทานตรงเวลาเป๊ะๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะออกไปไหนต้องกลับมาให้ยาเค้าตลอด คุณรู้ไหม ผมภาวนาและอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปเท่าไหร่ ให้หนูแกสบี้ของผมหายป่วย (จะว่าเวอร์ก็ยอมหล่ะ) ผมค้นพบตัวเองแล้วว่า ผมคือคนทอดทิ้งเค้า ผมทำให้เค้าเป็นอย่างนี้

บางคืนนะคิดมากจนเก็บไปฝันถึงเค้าผมต้องตกใจตื่นเพราะกลัวว่าเป็นวิญญาณที่ออกจากร่างแล้วมาเข้าฝัน สิ่งที่ผมทำเพื่อความสบายใจคือรีบลุกออกจาเตียงแล้ววิ่งไปที่กรงเค้า ดูว่าเค้ายังอยู่กับผมไหม ผมเห็นเค้าหายใจครับ ยังหายใจได้ ยังอยู่กับผม เค้ายังไม่ตาย ผมจะนั่งเฝ้าข้างกรงสักครู่ดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วถึงกลับไปนอน อาการของหนูแกสบี้ของผมดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติ ผมนี่นะดีใจชะมัดเลย แต่..คุณรู้ไหมตั้งแต่เลี้ยงสุนัขมานะ ผมก็ไม่ได้ตั้งชื่อให้มันใหม่เลย ผมและแฟนก็เสาะแสวงหาชื่อต่างๆที่คิดว่าจะเหมาะสมกับมัน คงไม่มีชื่อไหนที่เหมาะเท่ากับ "เทย่า" เพราะเนื่องจากเทย่าเป็นดาราผิวคล้ำๆ น่ารัก และเป็นลูกครึ่ง หนูของผมก็เป็นลูกครึ่ง(หนูแกสบี้+หนูตะเภา) เวลาผมเทหญ้า(คล้องจองกับเทย่า)ให้มันจะทำหน้าทำตาดีใจ กระโดดโลดเต้น จนอยากจะเปลี่ยนชื่อเป็นกระดี่(กระริกระรี้...ปลากระดี่ได้น้ำ) และเทย่าก็น่ารักด้วย ไม่รู้หล่ะ มีคนเอาหนูแกสบี้พันธุ์แท้ๆมาให้ดูเปรียบเทียบความยาวของขนให้เห็นจะจะ ผมก็ว่าหนูของผมน่ารักกว่าอยู่ดี (ความคิดลำเอียง) ผมรักของผมจริงๆ ขนมันจะสั้นจะยาวแค่ไหน ผมก็รัก ผมไม่แคร์ เพราะมันคือหนูของผม คือเจ้าหญิงของผม (ไม่นับแฟนนะ)

เมื่อ 1 คน และ 2 ตัว มาอาศัยอยู่ร่วมกัน (บอกแล้วไงผมไม่นับน้องสาวกับแฟนผม) ก็เกิดปัญหาคือ 1 คนรักทั้ง 2 ตัว แต่ 1 ตัวมีเขี้ยวตัวโตกว่าและซนมาก ส่วนอีก1 ตัวมีแต่ฟันแทะ ไม่มีพิษสงอะไร ทำตัวน่ารักและชอบทำตัวเป็นนางเอกมิวสิควีดีโอ (ชอบยืนเชิดหน้าทำตาปรือท่ามกลางสายลมเหมือนมิวสิคนุ่งน้อยห่มน้อยแล้วเดินริมชายหาดในคาราโอเกะ หรือชอบไปแอบหลบอยู่คนเดียวในห้องน้ำเหมือนมิวสิควีดีโออกหัก) ผมต้องทำให้ทั้ง 2 ตัวผูกมิตรกันให้ได้ ขั้นแรกผมก็เอาเทย่าให้ป๊อกกี้ดมๆอยู่พักหนึ่งจนแน่ใจว่าป๊อกกี้จะไม่กินเทย่า ตอนนั้นเทย่าอายุอานามก็ปาไป 1 ขวบกว่า ส่วนป๊อกกี้ยังเพิ่ง 3 เดือนกว่าๆ (ตัวก็ไม่ใหญ่)ผมก็คอยสังเกตการณ์ดู ว่าแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เริ่มต้นขึ้นโดยเทย่า ก็ยืนนิ่งๆในขณะที่ป๊อกกี้กำลังยืนคร่อม ทำอนาจารกับเทย่าของผม ผมรีบดึงป๊อกกี้ออกมาแต่ป๊อกกี้ไม่ยอม เอาขาหน้าเข้าตบๆ เขี่ยๆหลังของเทย่า ประมาณว่าคงอยากจะเช็คดูว่า เจ้าตัวที่เราคร่อมเล่นหน่ะ ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่เทย่าดันไม่รับมุขได้แต่ยิ่งนิ่ง เป็นอันว่าวิธีการขั้นต้นของผมไม่สำเร็จ (แต่ก็ยังดีที่เทย่ารอดชีวิตและไม่บาดเจ็บอะไร) ความคิดที่จะให้หนูและสุนัข อยู่ร่วมกันผุดขึ้นอยู่ในสมองของผมราวกับดอกเห็ด คิดไม่ตกซะที แต่แล้ว วีรสตรีที่แท้จริงก็ยื่นมือเข้ามาช่วย โอ้! my พระพุทธเจ้า เธอผู้นั้นได้พาป๊อกกี้ไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งก็คือ บ้านแฟนผมเอง แต่ผมก็ยังไปเล่นด้วยอยู่บ่อยๆ

เมื่อ 1 คนและ 1 ตัว ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง อะไรๆ ก็ดูดี ตอนนี้เทย่าอายุประมาณ 3 ขวบแล้ว ยังไม่เคยมีแฟนสักครั้งเลยในชีวิต ครองพรมจรรย์มาตลอด เคยพาตัวผู้ของเพื่อนมาอยู่ด้วย แต่เทย่าไม่ยอมหนำซ้ำยังฝากรอยแทะขนกลับไปให้เขาอีก เอ....หรือว่าเทย่าหยิ่ง? หรือว่าเทย่าไม่ชอบหนูตัวผู้? หรือว่าเทย่าอยากแสวงหาธรรมะ? เรื่องนี้เราก็ต้องรอดูต่อไปละกัน ตอนนี้เราทั้งคู่ก็มีความสุขดี ในปราสาทหลังเล็กๆ หรือบ้านของผมนี่แหละ ผมยกให้เทย่าเป็นเจ้าหญิงประจำประสาท แล้วผมหล่ะ อ๋อ ไม่ใช่เจ้าชายหรอกครับ ผมก็เป็นเพียงผู้รับใช้ของเจ้าหญิงต่างหาก เพราะว่าเธอเอาแต่ใจจริงๆ ไม่ได้ดังใจก็ขู่ แต่ไม่เคยกัดผมเลย ผมต้องคอยเอาอาหารให้ พาไปวิ่งเล่น พาไปอาบน้ำ เยอะแยะเลยครับ เทย่าไม่เคยทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเไม่เคยหนีออกจากบ้าน ไม่เคยใช้สารเสพติด(นอกจากไวตามิลค์) เทย่าจะเดินออกจากกรงได้ไกลสุดถึงประตูบ้านเท่านั้น เพราะคงจะสามารถจับรังสีอัมหิตของบรรดาท่านๆ 4 ขาทั้งหลายนอกรั้วบ้านได้

1 ตัวของผม คือสิ่งมีชีวิตที่พิเศษที่สุดเท่าที่ผมเลี้ยงมาเลยหล่ะครับ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่หนูผสมก็ตามครับ อยากให้เพื่อนๆรักหนูแกสบี้มากๆ ดูแลเค้าดีๆละกันนะครับ เพราะสิ่งมีชัวิตตัวจ้อยนี้เค้าสามารถรับรู้ความรักและความรู้สึกจากคุณแบบคิดไม่ถึงเลยจริงๆครับ

===THE END===

ถ่ายทอดโดย คุณ เก๋ อะจิ

 

 

Web Site Copyright www.cavythailand.com, 2001. All Rights Reserved.