|
หนูเควี่ หรือหนูกินนี่พิก หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า หนูแกสบี้ เป็นเพื่อนกับมนุษย์มานานร่วม
10,000 ปีแล้ว มีหลักฐานทางโบราณคดี บ่งชี้ว่าหนูแกสบี้ เริ่มเปลี่ยนจากสัตว์ป่ามาเป็นสัตวเลี้ยงระหว่าง
9,000 และ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อก่อนนี้ นับเป็นพันๆปี ที่ชนชาวพื้นเมืองในอเมริกาใต้
คือพวกอินคา ใช้เนื้อของแกสบี้เป็นอาหาร โดยนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ประกอบอาหาร
และเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

หนูแกสบี้ ถูกนำเข้าไปยังยุโรปโดยชาวดัสต์มากว่า 300 ปีแล้ว และนับจากนั้นมาหนูแกสบี้
ก็ถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง มีการคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะเฉพาะ และสีสันใหม่ๆ
เพื่อการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงระหว่างและหลังปีคศ 1600 หนูแกสบี้เป็นที่นิยมมากในเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงของยุโรป
แม้กระทั่งพระนางเจ้า เอลิซาเบธที่1แห่งราชวงศ์อังกฤษ ก็ยังทรงเลี้ยงๆไว้ดูเล่น
ย้อนจากยุโรปสู่อเมริกาเหนือ

ในราวศตวรรษที่ 19 ชาวอังกฤษก็ได้อพยพ เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้นำเอาหนูแกสบี้ที่ได้เพาะพันธุ์และมีพัฒนาจนมีความสวยงาม
ย้อนกลับเข้าไปในทวีปอเมริกาเหนือ จนเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆมาจนปัจจุบัน
โดยได้มีการจัดตั้งสมาคมของผู้เลี้ยงหนูแกสบี้ขึ้นในปีคศ. 1910 ที่รู้จักกันดีในนามของ
สมาคมผู้เพาะพันธุ์หนูกินนี่พิกแห่งอเมริกา ( American Cavy Breeders Association
หรือ ACBA ) เพื่อควบคุมดูแลเรื่องเกี่ยวกับหนูกินนี่พิกในประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นสาขาหนึ่งที่แตกออกมาจากสมาตมผู้เพาะพันธุ์กรต่ายแห่งอเมริกา
( American Rabbit Breeders Association Inc.) ทุกวันนี้หนูแกสบี้ได้รับความนิยมและแพร่กระจายไปทั่วโลก
มีเรื่องเล่ากันมาหลายกระแสค่ะ
นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าเนื่องจากหนูแกสบี้มีรูปร่างที่คล้ายลูกหมูที่ยังไม่หย่านมแม่
และเมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติคล้ายหมู จึงเรียกว่า หมู หรือ PIG ส่วนคำว่ากินนี่อาจจะเพียนมาจากคำว่ากายอาน่า
ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งชาวยุโรปได้ติดต่อค้าขายด้วย
ตำนานของคำว่ากินนี่พิกอีกอันนึงที่มีคำยืนยันค่อนข้างหนักแน่น
คือพ่อค้าชาวดัสต์เคยเอามาขายในราคา 1 กินนี ซึ่งเป็นเงินเหรียญโบราณที่เคยใช้ในยุโรปสมัยก่อน
อีกตำนานที่น่าสนใจคือ
ในครั้งแรกที่ชาวเสปนเดินทางไปถึงตลาดของชาวเปรู ได้พบเห็นหนูแกสบี้ถูกวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก
และดูคล้ายลูกหมูที่ยังไม่หน่านม และมีเสียงร้องคล้ายลูกหมู ก็เลยเรียกชื่อ
หนูแกสบี้นั้นว่าหมูของอินเดียนตัวเล็ก ส่วนคำว่ากินนี่พิก นั้นก็มาจากความเข้าใจผิดของชาวอังกฤษ
ในอดีตอังกฤษทำการค้ากับทางชายฝั่งนิวกินี มากกว่าทางอเมริกาใต้ ดังนั้นเมื่อกะลาสี
หรือพ่อค้าชาวดัสต์ นำเอาหนูแกสบี้ เข้าสู่ยุโรป ก็เลยเข้าใจผิดว่าหนูมาจากชายฝั่งนิวกินี
ก็เลยเรียกหนูพวกนี้ว่า กินนี่พิก
นอกจากนี้หนูแกสบี้หรือกินนี่พิกนี้ยังถูกใช้เป็นสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการด้วย
คำว่ากินนี่พิก ในภาษาอังกฤษยังมีความหมาย โดยนัยว่า สัตว์ลองยา เนื่องจากใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์
หนูแกสบี้พันธุ์พิเศษจะถูกขยายพันธุ์ และขายให้กับห้องปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ในปีหนึ่งๆ
ประมาณว่ามีหนแกสบี้ถูกใช้ในการทดลองถึง 500,000 ตัว

พวกอินเดียน ในทวีปอเมริกาใต้ เชื่อว่ากินนี่พิกมีพลังอำนาจในการที่จะติดต่อกับสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติได้
ก็เลยคิดว่าหนูเหล่านี้มีพลังอำนาจในการบำบัดรักษาผู้เจ็บป่วย
พวกอีควาดอร์บริเวณเทือกเขาแอนดิสจำนำเสือผ้าของผู้ป่วยมาผูกติดกับริบบิ้น
และเส้นด้าย แล้วนำหนูแกสบี้ไปปล่อย ด้วยความเชื่อว่าหนูแกสบี้สามารถเคลื่อนย้ายความเจ็บป่วยจากคนไข้
ผ่านทางเสื้อผ้า โดยจะนำโรคภัยไปยังสถานที่ๆทำร้าย หรือ ทำอันตรายใครไม่ได้อีก
ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะเรียกหนูกินนี่พิกว่าเควี่ ซึ่งเป็นชื่อที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด
เพราะมาจากชื่อวิทยาศาสตร์ว่า cavus = cave แปลว่าถ้ำ เพราะเค้าอาศัยอยู่ในถ้ำหรือโพรง
ส่วนใหญ่คนจะนิยมใช้คำว่าเควี่กันมากขึ้นจนเกือบจะทั้งวงการแล้ว เพราะอีกอย่างคือคำว่าเควี่สั้นและเรียกง่ายกว่ากินนี่พิก
จริงๆแล้ว ในประเทศทางแถบยุโรปจะเรียกหนูเควี่ว่ากินนี่พิก ซึ่งเป็นชื่อสากล
ที่ส่วนใหญ่ใช้กันอยู่โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ส่วนคำว่าเควี่จะนิยมใช้ใน
อเมริกาค่ะ
อ้าว
แล้วที่มาของคำว่าแกสบี้ล่ะ
จริงๆแล้วคำว่าแกสบี้ที่คนเรานิยมเรียกกัน เป็นการเรียกชื่อผิดๆมาตั้งแต่เริ่มแรกค่ะ
เริ่มจากผู้ขายเรียกอย่างนั้น ด้วยเหตุที่จำผิด หรือต้องการให้เป็นชื่อทางการค้าที่เรียกง่าย
หรืออย่างไรไม่ทราบ ได้เรียกหนูชนิดนี้ว่าหนูแกสบี้ จากนั้นเป็นต้นมาคนไทยก็จะรู้จักหนูเควี่กันในชื่อที่เรียกว่า
"แกสบี้ " ต่อมาเมื่อมีคนสนใจศึกษารายละอียดจากตำราภาษาต่างประเทศ จึงรู้ว่าชื่อที่ถูกต้องของหนูแกสบี้
คือ เควี่ หรือ กินนี่พิก
ค่ะ ก็เลยเริ่มเรียกชื่อใหม่ว่ากินนี่พิกบ้าง เควี่บ้าง ซึ่งในปัจจุบันชื่อเควี่
เริ่มกลายมาเป็นชื่อที่นิยมเรียกกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนแรกก่อนจะทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมา
ก็คิดอยู่นานเหมือนกันค่ะว่าจะใช้ชื่อว่าแกสบี้ หรือ เควี่ดี แต่เห็นว่าส่วนใหญ่เราจะรู้จักกันดีในชื่อของแกสบี้มากกว่า
ก็เลยตัดสินใจใช้ชื่อว่าแกสบี้ ค่ะ เราเคยลองหาจากเว็บไซต์ต่างประเทศเหมือนกันค่ะ
ยังไม่เคยพบว่ามีเว็บไซต์ต่างประเทศแห่งไหนเลยแม้แต่แห่งเดียวที่เรียกหนูเควี่ว่า
"แกสบี้" ค่ะ
|