|
การเลือกสัตวแพทย์
บ้านเรา มีคนที่ชำนาญเกี่ยวกับหนูแกสบี้อยู่ไม่มากนัก
ทั้งนี้ก็เพราะหนูแกสบี้ไม่ได้มีถิ่นกำเนิด อยู่ในบ้านเรา แต่เกิดจากการนำเข้ามาจากต่างประเทศและมาเพาะพันธุ์กันเอง
ทีนี้ สัตวแพทย์ก็ไม่มีใครที่เรียน มาในทางการรักษา หนูแกสบี้โดยตรงนะคะ
ทั้งนี้เพราะเนื้อหาการศึกษาของสัตวแพทย์ในบ้านเมืองเรานั้น เน้นสัตว์ประเภทสัตว์เศรษฐกิจ
อย่างพวก วัว หมู ไก่ เป็นต้น ซึ่งสัตวแพทย์ที่จบออกมาก็ต้องมาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในการรักษา
ไม่ว่าจะเป็น แกสบี้ แฮมเสตอร์ ชินชีล่า อีกัวน่า เฟอร์เรต หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ
ไม่เพียงแต่ในเมืองไทยเท่านั้น ที่แพทย์ต้องหาประสบการณ์เอง แม้กระทั่งในต่างประเทศก็พบว่า
หาแพทย์ที่เชี่ยวชาญในหนูแกสบี้ตรงๆ ได้ไม่มากนักเหมือนกัน
ดังนั้น สิ่งที่เพื่อนๆ ควรจะรู้ไว้ก็คือ มีสัตวแพทย์ที่ยังไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการรักษาหนูแกสบี้ดีพออยู่
ดังนั้น เราเองก็ควรจะศึกษา
เกี่ยวกับหนูแกสบี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาให้คุณหมออีกที
เช่น หนูแกสบี้แพ้ยาอะไรบ้าง หนูแกสบี้เมื่อป่วยมีอาการอะไรผิดปกติที่เราสังเกตเห็นบ้าง
เพื่อเป็นข้อมูลในการวินิจฉัยของแพทย์ให้มากที่สุด รวมทั้งต้องคอยดูด้วยว่ายาที่คุณหมอจัดให้นั้น
ได้คำนวณจากน้ำหนักตัวของหนูแกสบี้แล้วหรือไม่
ทางที่ดีแล้ว เมื่อเพื่อนๆตัดสินใจเลี้ยงหนูแกสบี้แล้ว ก็ควรจะหาหมอที่ไว้วางใจได้ไว้
1 ท่าน และเก็บเบอร์ติดต่อไว้ เมื่อหนูป่วยจะได้ไม่ต้องมาศึกษาหาข้อมูลนานมากจนเกินไป
เพราะอย่างที่ทราบกันดี ว่าหนุแกสบี้เป็นสัตว์เล็ก เมื่อมีการป่วย อาการจะทรุดได้เร็วมาก
พยายามเลือกสัตวแพทย์ที่เฉพาะทางสำหรับสัตว์เล็กหรือสัตว์พิเศษ
( exotic )
หรืออาจจะถามจากผู้ขายหนูแกสบี้ที่เราไปซื้อมาว่าเค้ารับการรักษาจากที่ไหน
หรือมีหมอที่ไหนที่ค่อนข้างชำนาญและไว้ใจได้บ้าง แต่ถ้าในกรณีที่เราไม่สามารถหาหมอได้
และต้องลองเข้ารับการรักษาจากหมอที่ไม่เคยทราบประวัติ ก็ให้ลอง ( คล้ายการลองภูมิเหมือนกันนะคะ
แต่อย่าถามให้เค้าจับได้ล่ะคะ ว่าเราแอบวัดความชำนาญเค้าอยู่ ) ลองถามหมอด้วยคำถามเหล่านี้
เพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น
- มีหนูแกสบี้มาให้หมอรักษาเยอะไหมคะ เดือนละประมาณกี่ตัวคะ
- ยา ปฎิชีวนะ ( Antibiotic ) ตัวไหนที่จะเป็นอันตรายต่อหนูแกสบี้
ตามปกติแล้วคุณหมอจะตรวจอะไรเจ้าตัวน้อยบ้าง
- ตรวจกระเพาะ
- ตรวจว่าต่อมน้ำเหลืองบวมพองหรือไม่
- วัดอุณหภูมิ
- เช็คฟันหน้าและฟันกรามว่ายาวหรือเอียงผิดปกติหรือไม่
- ตรวจตาและหู
- ตรวจขนและผิวหนังเพื่อดูว่ามีพาราสิต เช่นเห็บ หมัด ไรหรือไม่
- ดึงผิวหนึงที่หลังขึ้น เพื่อเช็คปริมาณน้ำในร่างกาย ว่าขาดน้ำหรือไม่ ถ้าลองใช้นิ้วมือดึงแล้วผิวหนังไม่ค่อยคืนกลับ
หรือคืนกลับช้า แสดงว่ามีอาการขาดน้ำ
- ใช้หูฟัง ฟังเสียง ปอด และหัวใจ
- หมออาจจะมีการให้ออกซิเจน ในกรณีที่หนูแกสบี้หายใจลำบาก
- อาจจะเก็บอุจาระไปตรวจเพื่อหาพยาธิ์และแบคทีเรีย
- อาจจะ x-ray ถ้าสงสัยเกี่ยวกับภายในร่างกายหนูแกสบี้
- อาจจะเก็บปัสสาวะ ไปตรวจยังห้องแล็บ และในกรณที่หนูแกสบี้แข็งแรงพออาจจะมีการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจอีกด้วย
แต่ในกรณที่เก็บตัวอย่างปัสสวาะและเลือดไปตรวจควรจะเก็บตัวอย่างก่อนการให้ยาหนูแกสบี้ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้
หลังจากที่หนุแกสบี้ได้รับยาแล้ว ควรจะมีอาการดีขึ้นภายใน 3-4 วัน ถ้าไม่ดีขึ้นก็ควรแจ้งแพทย์เพื่อเปลี่ยนยา
อย่ารอไปแบบเรื่อยๆไร้จุดหมาย เพราะหนูแกสบี้เป็นสัตว์เล็ก และร่างกายไม่ทนทาน
เรื่องเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ มีบางครั้งก็พบว่าหนูแกสบี้เมื่อนำไปให้แพทย์รักษา
หนูแกสบี้จะเก็บอาการป่วยไว้ ทำให้หมอไม่เห็น ถ้าพอจะทำได้ ให้รอประมาณ 10-15
นาที จะพบว่าหนูแกสบี้จะผ่อนคลายมากขึ้นและจะแสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น
อุปกรณ์ที่เราควรจะมีไว้
- กระเป๋าน้ำร้อน เวลาใช้ให้เอาผ้าขนหนูพันอีกที
- ตาชั่งเหมือนที่ใช้ในครัว ขนาดละเอียด ชั่งได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม
- ซริงค์ขนาด 1 และ 3 ccที่ถอดเอาหัวเข็มออก
-เบตาดีน เพื่อใส่แผลสด
|